การหัดดูดาว

posted on 21 Jun 2008 18:09 by playboy-puk
 

การหัดดูดาว

             ดวงดาวแรกที่ผู้ที่เริ่มต้นหัดดูดาวควรรู้จักก็คือ "ดาวเหนือ (Polaris)" ดาวดวงนี้อยู่ทางทิศเหนือ อยู่สูงจาก ขอบฟ้าเท่ากับละติจูดของผู้สังเกตพอดี เช่น ถ้า ผู้สังเกตอยู่ที่เชียงใหม่ซึ่งละติจูดประมาณ 18 องศา ดาวเหนือก็จะ อยู่ในทิศเหนือและสูงจากขอบฟ้า 18 องศาพอดี ดาวเหนือเป็นดาวที่เป็นขั้วของท้องฟ้า ถ้าสังเกตคร่าว ๆ จะพบว่า ดาวเหนือไม่เคลื่อนที่เลย ต่างจากดาวดวงอื่น ๆ ที่เคลื่อนที่ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก ถ้าสังเกต ดาวฤกษ์อื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ดาวเหนือ จะพบว่าดาวเหล่านั้นเคลื่อนที่รอบดาวเหนือ ดาวเหนือเป็นดาวฤกษ์ที่ไม่สว่างมาก สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ต่อไปลองหัดดูกลุ่มดาว ลองหมุนแผนที่ดาวตามวัน-เวลาที่ต้องการดูดาว แล้วตรวจสอบดูว่าวัน-เวลานั้นมีกลุ่ม ดาวใดที่น่าสังเกตบ้าง ขึ้นอยู่ทิศไหน อยู่สูงจากขอบฟ้าเท่าใด แล้วจึงเริ่มค้นหากลุ่มดาวที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าจริง โดยเริ่มที่กลุ่มดาวที่ดูได้ง่าย ๆ ก่อน

สมมติว่าช่วงที่ออกไปดูดาวเป็นช่วงฤดูหนาว ประมาณกลางเดือนธันวาคม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ดีช่วงหนึ่ง สำหรับการดูดาว ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวเยือกเย็นไปหน่อย แต่ท้องฟ้าจะโปร่ง ปราศจากเมฆ ตอนกลางคืนดาวน้อย ใหญ่ปรากฏระยิบระยับเต็มท้องฟ้า สามารถมองเห็น "ทางช้างเผือก (Milky Way)" เป็นแถบขาวพาดท้องฟ้า แถบขาวนี้แท้จริงแล้วประกอบด้วยดาวจำนวนมหาศาล และอยู่ไกลจากเรามาก

ในตอนค่ำจะเห็นกลุ่มดาวที่น่าสนใจมากมาย อาทิ กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ กลุ่มดาวค้างคาว กลุ่ม ดาวม้าปีก กลุ่มดาวสารถี เป็นต้น กลุ่มดาวเหล่านี้ประกอบด้วยดาวฤกษ์สว่างมากหลายดวง มองดูได้โดยใช้ความ พยายามไม่มากนัก ความจริงแล้วกลุ่มดาวฤกษ์ทั้ง 88 กลุ่ม ล้วนเป็นชื่อจินตนาการของเหล่าเทพ มนุษย์ สัตว์ และสิ่งของต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในเทพนิยายกรีก ดังนั้นการฝึกดูดาวพร้อมกับการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับนิยายดาว ก็จะทำให้การดูดาวมีรสชาติเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยทีเดียว

นอกจากการศึกษากลุ่มดาวแล้วนักดูดาวยังควรรู้จักชื่อดาวสว่างที่น่าสนใจ ที่ปรากฏบนท้องฟ้ามากมาย อาทิ ดาวซิริอุส (Sirius) ดาวบีเทลจุส (Betelgeuse) ดาวไรเจล (Rigel) ดาวอัลดีบาแรน (Aldebran) เป็นต้น

กลุ่มดาว 12 ราศี ตั้งแต่กลุ่มดาวราศีมังกรจนถึงกลุ่มดาวราศีธนู เป็นกลุ่มดาวที่ผู้รักการดูดาวทั้งหลายควรฝึกดู ให้เป็น บางครั้งจะพบว่ามีดาวเคราะห์หลายดวงปรากฏอยู่ตามกลุ่มดาว 12 ราศีนี้ เช่น ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี ดาวอังคาร เป็นต้น ดาวเคราะห์เหล่านั้นจะย้ายตำแหน่งไปเรื่อย ๆ ตามกลุ่มดาวทั้ง 12 ราศีนี้

เมื่อดูกลุ่มดาวและดาวเคราะห์เป็นแล้ว คราวนี้นักดูดาวคงต้องการกล้องดูดาว เพื่อที่จะได้ศึกษารายละเอียดของ วัตถุท้องฟ้าชนิดต่าง ๆ เช่น รายละเอียดของดาวเคราะห์ ซึ่งเมื่อส่องด้วยกล้องดูดาวแล้ว อาจสังเกตเห็นลักษณะพื้น ผิวของดาวเคราะห์ วงแหวนของดาวเคราะห์บางดวง หรือดวงจันทร์บริวารของดาวเคราะห์บางดวง เป็นต้น กล้องดูดาวขนาดปานกลาง อาจทำให้นักดูดาวเห็นรายละเอียดของกาแล็กซี่ ซึ่งเป็นอาณาจักรของดาวฤกษ์ขนาด มหึมา ในเนบิวลาซึ่งเป็นแหล่งก๊าซไฮโดรเจนจำนวนมหาศาล และเป็นแหล่งกำเนิดของดาวฤกษ์ กระจุกดาวซึ่งดาว หลายร้อยหลายพันดวงมารวมกลุ่มอยู่ใกล้กัน

การดูดาว

การดูดาวให้เป็นคือการรู้จักดาว รู้ว่าดาวใดเป็นดาวเคราะห์ รู้จักกลุ่มดาวสำคัญ ๆ รู้จักกลุ่มดาวเดือนต่าง ๆ รู้จักดาวฤกษ์ที่สว่างมาก ๆ รู้ว่าผลที่เกิดจากโลกหมุนรอบตัวเองคือ ผลจากการโคจรรอบดวงอาทิตย์คืออะไร นอก จากนี้ยังควรรู้จักปรากฏการณ์ เช่น สุริยุปราคา จันทรุปราคา ฝนดาวตก ดาวหาง รู้จักโครงสร้างของระบบสุริยะ ตลอดทั้งตำแหน่งของระบบสุริยะในดาราศาสตร์ บอกได้ว่าอย่างไรเป็นดาวเคราะห์ หรือดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ท ี่เห็นด้วยตาเปล่า 5 ดวง ล้วนปรากฏสว่างมาก โดยเฉพาะดาวศุกร์ซึ่งสว่างรองจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ หาก เห็นทางทิศตะวันออกก่อนรุ่งอรุณเรียกว่า "ดาวรุ่ง" หรือ "ดาวประกายพรึก" หากเห็นทางทิศตะวันตกในเวลาหัว ค่ำเรียกว่า "ดาวประจำเมือง" ดาวศุกร์จึงเป็นดาวที่ดูง่าย

ดาวเคราะห์ที่สว่างรองจากดาวศุกร์คือ "ดาวพฤหัสบดี" เป็นดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่สุด เมื่ออยู่ตรงข้ามกับ ดวงอาทิตย์จะสว่างที่สุดและเห็นได้ตลอดทั้งคืน เพราะขึ้นทางทิศตะวันออกในเวลาหัวค่ำ อยู่สูงสุดในเวลาเที่ยงคืน และตกทางทิศตะวันตกในเวลาเช้ามืด และเป็นตำแหน่งที่โลกอยู่ใกล้ดาวพฤหัสบดีที่สุด

ดาวเคราะห์เหล่านี้จะอยู่ในกลุ่มดาวจักรราศี และดวงจันทร์มักจะผ่านเฉียดดาวเคราะห์เป็นประจำเดือนละครั้ง ดังนั้นเมื่อเห็นดวงจันทร์อยู่ใกล้ดาวสว่างดวงใด ดาวสว่างดวงนั้นมักเป็นดาวเคราะห์ มีบ่อยครั้งที่ดวงจันทร์เสี้ยว จะอยู่ใกล้ ๆ ดาวศุกร์ เป็นปรากฏการณ์ "ดาวเคียงเดือน" ที่สวยงาม ในปี 2541 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ดวงจันทร์ผ่านใกล้ดาวเคราะห์มากจนเกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวเคราะห์ หลายครั้ง ซึ่งเป็นได้ในประเทศไทย เช่น ในเดือนมกราคม เกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวเสาร์ ในเดือนเมษายน เกิดปรากฏการณ์ดวงจันทร์ผ่านเฉียดดาวศุกร์และดาวพฤหัสบดี และดวงจันทร์บังดาวพฤหัสในเดือนตุลาคม เป็นต้น

ดาวเคราะห์เป็นดาวที่อยู่ใกล้เพราะอยู่ในระบบสุริยะ ดังนั้นเมื่อเอากล้องโทรทรรศน์มาส่องดูจึงเป็นดวงกลม โต เช่นเห็นดาวพฤหัสบดีเป็นดวงใหญ่พร้อมบริวารเรียงเป็นแถวจำนวน 4 ดวง หรือเห็นดาวเสาร์ซึ่งมีวงแหวนที่ สวยงาม เห็นดาวศุกร์เป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ แต่ถ้าเป็นดาวฤกษ์ซึ่งอยู่ใกล้จะเห็นเป็นจุดสว่างเมื่อดูผ่านกล้อง โทรทรรศน์

เนื่องจากดาวเคราะห์เคลื่อนรอบดวงอาทิตย์จากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกด้วยความเร็วต่าง ๆ กัน ดาว เคราะห์ที่เคลื่อนที่เร็วกว่าก็จะวิ่งไปทันและแซงหน้าดาวเคราะห์ดวงที่เคลื่อนช้ากว่า ในแต่ละปีจะมีช่วงเวลาที่ดาว ศุกร์ผ่านใกล้ ๆ ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์ การที่ดาวสว่างหลายดวงมาปรากฏอยู่ใกล้กันบนฟ้าก็เป็นปรากฏการณ์ที่ น่าตื่นเต้นเหมือนกัน

เราอาจเรียกดาวเคราะห์ที่เห็นด้วยตาเปล่า 5 ดวง และดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ว่า "ดาวเคราะห์โบราณ" เพราะ คนโบราณเห็นว่าเป็นดาวพเนจร ดังนั้นดาวเคราะห์โบราณจึงเป็นดาว "วันเกิด"
< br>
ดาวเดือนเกิด ดาวเดือนเกิดไม่ใช่ดาวดวงเดียวโดด ๆ เหมือนดาววันเกิด แต่เป็นดาวหลายดวงที่เรียงเป็นรูป ต่าง ๆ กันเรียกว่าเป็นกลุ่มดาวหรือหมู่ดาว ตรงกับภาษาอังกฤษว่า "Constellation" ซึ่งมาจากคำว่า Con แปล ว่าอยู่ด้วยกัน กับคำว่า Stella แปลว่า ดาวฤกษ์ กลุ่มดาวฤกษ์จึงหมายถึงบริเวณท้องฟ้าแคบ ๆ ที่ดาวฤกษ์เรียงกันอยู่ ถ้าเรียงเป็นรูปแมงป่องก็เรียกว่ากลุ่มดาวแมงป่อง ถ้าเรียงกันเป็นรูปสิงโตก็เรียกว่ากลุ่มดาวสิงโต

นักดาราศาสตร์แบ่งทรงกลมฟ้าออกเป็น 88 เขต จึงมีกลุ่มดาวทั้งหมด 88 กลุ่ม แม้จะมีกลุ่มดาวจำนวนมาก แต่มีกลุ่มดาวสำคัญและกลุ่มดาวเด่นจำนวนไม่มากนัก เช่น กลุ่มดาวเดือนเกิด มี 12 กลุ่ม มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "กลุ่มดาวจักรราศี" เป็นกลุ่มดาวซึ่งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ผ่าน ดวงอาทิตย์ปรากฏเคลื่อนที่ ผ่านกลุ่มดาวจักรราศีจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก เพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์จากทิศตะวันตกไปทิศตะวัน ออก ซึ่งใช้เวลารอบละ 1 ปี หรือ 12 เดือน

ดังนั้นเมื่อดูจากโลกจึงเห็นดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาวจักราศีต่าง ๆ โดยกลับมาถึงที่เดิมในเวลา 1 ปี เส้น ทางที่ดวงอาทิตย์ผ่านเรียกว่า "สุริยวิถี" ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ย้ายได้ 1 รอบหรือ 360 องศา ในเวลา 12 เดือนจะไป ได้ไกล 30 องศา ช่วง 30 องศา เรียกว่า 1 ราศี การย้ายราศีเรียกว่า "สงกรานต์" และการย้ายเข้าสู่ราศีเมษเรียกว่า "มหาสงกรานต์"

ดาวเดือนเกิดเป็นกลุ่มดาวคงที่ แต่ราศีของดวงอาทิตย์เขยื้อนไปทางทิศตะวันตกตลอดเวลา และจะใช้เวลา 26,000 ปี จึงจะกลับมาตรงที่เก่า ในอดีตเมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ดวงอาทิตย์อยู่ในราศีเมษ จะตรงกับกลุ่มดาว แกะ ปัจจุบันดวงอาทิตย์อยู่ในราศีเมษตรงกับกลุ่มดาวปลา ซึ่งอยู่ถัดกลุ่มดาวแกะไปทางทิศตะวันตก จุดเริ่มต้นนับ ราศีเมษจะเลื่อนไปอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำในอีก 2,000 ปีข้างหน้า

ดังนั้นชื่อราศีกับชื่อกลุ่มดาวจึงไม่ตรงกัน แต่เมื่อพูดถึงเดือนสุริยคติที่เป็นภาษาไทยจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาว หรือราศีในอดีตทั้งสิ้น เช่น เดือนพฤศจิกายนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวแมงป่อง (พฤศจิก) ดังนั้นจึงเรียกกลุ่มดาวแมง ป่องว่ากลุ่มดาวเดือนพฤศจิกายน (อายน แปลว่า มาถึง หรือมาแล้ว พฤศจิกายนจึงแปลว่ามาถึงแมงป่อง หรือแมงป่องมาแล้ว)

กลุ่มดาวเดือนพฤศจิกายนเป็นกลุ่มดาวเด่นอยู่ทรงซีกฟ้าใต้ ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตกทางทิศตะวันตก เฉียงใต้ เมื่อขึ้นไปสูงสุดจะอยู่ทางทิศใต้ โดยอยู่สูงเหนือขอบฟ้าทิศใต้เป็นมุมเงย 45 องศา (กลางตัว) ลักษณะท่า ทางของตัวแมงป่องจะต่างกันเมื่อเทียบกับขอบฟ้า โดยขึ้นแบบตั้งตรง ขณะอยู่สูงสุดจะเอียงประมาณ 45 องศา กับแนวที่ขนานกับขอบฟ้า และตกแบบตะแคง มีดาวอย่างน้อย 15 ดวงที่เรียงกันเป็นรูปแมงป่อง ถ้านับจากหัวลงมา ถึงดวงที่ 5 จะเป็นดาวฤกษ์สีแดง ชื่อว่าดาวปาริชาติ หรือคู่แข่งดาวอังคาร (Antares) ดาวดวงนี้สว่างที่สุดใน กลุ่มและเป็นดาวฤกษ์ขนาดยักษ์ใหญ่ เพราะมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 400 เท่าของดวงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์ที่มี อุณหภูมิผิวต่ำและอยู่ในวัยชราแล้ว

  • เดือนธันวาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคนยิงธนู
  • เดือนมกราคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวมกร
  • เดือนกุมภาพันธ์เกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคนแบกหม้อ
  • เดือนมีนาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวปลา
  • เดือนเมษายนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวแกะ
  • เดือนพฤษภาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาววัว
  • เดือนมิถุนายนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคนคู่
  • เดือนกรกฎาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวปู
  • เดือนสิงหาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวสิงโต
  • เดือนกันยายนเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวผู้หญิงสาว
  • เดือนตุลาคมเกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวคันชั่ง

  • กลุ่มดาวเดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม และครึ่งหนึ่งของกลุ่มดาวเดือนมีนาคม กับ ครึ่งหนึ่งของกลุ่มดาวเดือนกันยายนอยู่ในซึกฟ้าด้านเหนือ กลุ่มดาวที่เหลืออยู่ในซีกฟ้าด้านใต้

    กลุ่มดาวจักรราศีที่มีดาวฤกษ์สว่างมาก ๆ อยู่ด้วยมี 5 กลุ่ม คือ กลุ่มดาวแมงป่อง (ดาวดวงสว่างคือดาวปาริ ชาติ) กลุ่มดาววัว (ดาวดวงสว่างคือดาวตาวัว หรือดาวผู้ติดตาม หรืออัลดิบะแรน) กลุ่มดาวคนคู่ (ดาวดวงสว่างคือ ดาวคาสเตอร์ ซึ่งอยู่ทางเหนือของดาวพอลลักซ์) กลุ่มดาวสิงโต (ดาวดวงสว่างคือดาวหัวใจสิงห์) และกลุ่มดาวผู้ หญิงสาว (ดาวดวงสว่างที่สุดในกลุ่มคือดาวรวงข้าว หรือสไปกา)

    กลุ่มดาว

    posted on 21 Jun 2008 17:59 by playboy-puk

    กลุ่มดาวแกะ
             
    กลุ่มดาวแกะ เป็นกลุ่มดาวอันดับแรกของกลุ่มดาวจักรราศี อยู่ระหว่างกลุ่มดาวปลาคู่ (Pisces) และกลุ่มดาววัว (Taurus) โดยมีดาวที่สังเกตได้ง่ายในกลุ่ม 3 ดวง คือ ดาวอัลฟา, เบตา และแกมมา อยู่ในตำแหน่งของหัวแกะ ขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า เที่ยงคืนของประมาณวันที่ 22 ตุลาคม 

       
    นิทานดาว 
              กลุ่มดาวแกะ เป็นสัญลักษณ์ของขนแกะทองคำ  เมื่อครั้งกษัตริย์ Athamus แห่ง Boetia ได้อภิเษกสมรสใหม่กับมเหสี Ino ทำให้ Ino พยายามกำจัด Phrixus ซึ่งเป็นโอรสของมเหสีคนเดิม จึงวางแผนแอบเก็บเมล็ดข้าวโพดไว้ ทำให้พืชผลไม่เพียงพอ ประชาชนอดอยาก กษัตริย์จึงต้องส่งฑูตไปขอความช่วยเหลือ ซึ่ง Ino ได้วางแผนไว้ก่อนแล้ว ว่าให้ขอโอรสหนุ่มเป็นเครื่องบูชายัณห์ ทำให้ผู้ส่งสารของพระเจ้า ชื่อ Hermes ส่งแกะวิเศษ ที่มีขนเป็นทองคำ ลงมาช่วย Phrixus ให้พ้นจากการถูกบูชายัณห์     แกะที่มาช่วยเหลือ ได้พา Phrixus ไปถึงเมือง Colchis ที่ริมฝั่งทะเลดำ จากนั้น Phrixus ได้นำแกะมาถวายบูชายัณห์ ให้กับพระเจ้า Zeus และนำขนแกะทองคำ ให้กับกษัตริย์ Aeetes แห่ง Colchis โดยกษัตริย์ Aeetes ได้เก็บไว้ในพุ่มไม้ที่ปกป้องโดยมังกร ผู้ซึ่งไม่เคยหลับ แต่ก็ถูกขโมยโดยกัปตันเจสัน (Jason) และลูกเรืออาร์โกในที่สุด

     กลุ่มดาววัว
              กลุ่มดาววัว เป็นกลุ่มดาวอันดับที่สองของกลุ่มดาวจักรราศี เนื่องจากเป็นกลุ่มดาวที่อยู่ในแนวสุริยวิถี สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เพราะมีดาวสุกสว่างหลายดวง เช่น ดาวตาวัว  และมีกระจุกดาวที่คนไทยรู้จักกันดี คือกระจุกดาวลูกไก่  กลุ่มดาววัว อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ของกลุ่มดาวนายพราน  เราสามารถเห็นดาวตาวัวเป็นสีแดง อยู่ใกล้กับกระจุกดาวลูกไก่ โดยที่หน้าของวัว จะหันไปทางทิศตะวันออก ชูเขาวัวอยู่เหนือกลุ่มดาวนายพราน ปลายเขาของวัวข้างหนึ่งแตะกับกลุ่มดาวสารถี  ซึ่งครั้งหนึ่ง เคยเป็นดาวที่อยู่ร่วมกัน ระหว่างกลุ่มดาววัว และกลุ่มดาวสารถี เราสามารถเห็นกลุ่มดาวคนคู่ ขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ราวเที่ยงคืนปลายเดือนพฤศจิกายน, ต้นเดือนธันวาคม


       นิทานดาว
               กลุ่มดาววัว เป็นกลุ่มดาวเก่าแก่ ตั้งแต่สมัย 2000 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งครั้งหนึ่ง กลุ่มดาววัวนี้ ยังเคยเป็นจุดที่กลางวัน และกลางคืนยาวนานเท่ากัน ในเดือนมีนาคม
    ราว 3000 ปีก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์โบราณ ให้กลุ่มดาวนี้ เป็นสัญลักษณ์ของ พระเจ้าของวัว  ผู้ซึ่งมีน้องสาว ชื่อ Isis ซึ่งเขาของ Isis ทำให้เกิดจันทร์เสี้ยว ส่วนชาว
    กรีกโบราณ เชื่อว่า ไอโอ  หญิงซึ่งเทพเจ้า Zeus หลงรัก ซึ่งหลบซ่อนร่างอยู่ในรูปวัว และยูโรปา  ผู้ซึ่งปลอมตัวเป็นชาย และขี่หลังวัว พาเธอข้ามทะเล กลับมายัง Crete เพื่อหาเทพเจ้า Zeus

    กลุ่มดาวคนคู่
              กลุ่มดาวคนคู่ เป็นกลุ่มดาวอันดับที่สามของกลุ่มดาวจักรราศี เนื่องจากเป็นกลุ่มดาวที่อยู่ในแนวสุริยวิถี อยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของกลุ่มดาวนายพราน  โดยมีดาวฤกษ์สุกสว่างที่สังเกตง่าย และอยู่ใกล้กัน 2 ดวง คือ ดาวคาสเตอร์  และดาวพอลลักซ์  ซึ่งดาวทั้งสองอยู่ในตำแหน่งศีรษะของคนคู่ และเท้าของคนคู่ทั้งสอง อยู่บนทางช้างเผือก ส่วนคนไทยเห็นกลุ่มดาวคนคู่ เรียงกันเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายโลงศพ จึงเรียกชื่อกลุ่มดาวนี้ว่า "กลุ่มดาวโลงศพ" และเห็นดาวสามดวงที่อยู่ตรงด้านข้างโลงเหมือน นกกาที่มาเกาะโลงอยู่ แล้วเรียกกลุ่มดาวดังกล่าวว่า "กลุ่มดาวกา" เราสามารถเห็นกลุ่มดาวคนคู่ ขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ราวเที่ยงคืนของเดือนมกราคม       


         นิทานดาว
               คนคู่ เป็นฝาแฝดระหว่าง Caster และ Pollux  โดยทั้งคู่ เป็นบุตรของเทพเจ้า โดยมีมารดา คือ Leda ผู้เป็นมเหสีของกษัตริย์ Tyndareus แห่งเมือง Sparta ซึ่งนางได้ให้กำเนิดบุตร เป็นไข่ 2 ใบ ใบแรก ระหว่างนางกับกษัตริย์ Tyndareus กลายเป็น Helen of Troy ส่วนอีกใบ กับเทพเจ้า Zeus  ในร่างของหงส์  ซึ่งไข่ใบที่สอง กลายเป็น Caster และ Pollux โดยทั้งคู่ เทพเจ้า Poseidon ให้เป็นสมาชิก และผู้พิทักษ์เรืออาร์โก  ของกัปตันเจสัน   โดยทั้งคู่ จะยืนเหนือกระโดงเสาของเรืออาร์โกเสมอ

    กลุ่มดาวปู
              กลุ่มดาวปู เป็นกลุ่มดาวอันดับที่สี่ของกลุ่มดาวจักรราศี เป็นกลุ่มดาวที่มีความสว่างปรากฏน้อยที่สุดในกลุ่มดาวจักรราศี ซึ่งไม่มีดาวดวงใดในกลุ่มดาวเลย ที่มีความสว่างปรากฏ น้อยกว่า 4.0 กลุ่มดาวปู อยู่ระหว่างกลุ่มดาวคนคู่  และกลุ่มดาวสิงโต  โดยกลุ่มดาวปู จะขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืน ของปลายเดือนมกราคม และต้นเดือนกุมภาพันธ์      


    นิทานดาว
               ปูถูกจูโน  ส่งให้ไปทำร้ายเฮอร์คิวลิส  ที่กำลังต่อสู้กับงูไฮดรา  แต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดจูโนจึงนำไปไว้บนท้องฟ้า กลายเป็นกลุ่มดาวปู

    กลุ่มดาวสิงโต
              กลุ่มดาวสิงโต เป็นกลุ่มดาวอันดับที่ห้าของกลุ่มดาวจักรราศี เป็นกลุ่มดาวที่อยู่ในแนวสุริยวิถีที่สังเกต และจดจำได้ง่าย โดยรูปสิงโตของกลุ่มดาวสิงโต จะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ดาวในส่วนหัวของสิงโต จะเรียงกันเป็นรูปเครื่องหมายคำถามกลับด้าน  โดยมีดาวฤกษ์สุกสว่างคือ ดาวเรกูลัส ซึ่งจะอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจของสิงโต จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า ดาวหัวใจสิงห์ ซึ่งเป็นดาวหนึ่งในสี่ของดาวราชาทั้งสี่  เราสามารถเห็นกลุ่มดาวสิงโต ขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ราวเที่ยงคืนเดือนมีนาคม       


         นิทานดาว
               สิงโต เป็นราชาหรือเจ้าแห่งสัตว์ป่าของโลก ออกล่าเหยื่อรบกวนชาวบ้าน จึงถูกฆ่าโดยเฮอร์คิวลิส  แต่เนื่องจากสิงโตตัวนี้ มีหนังหนาและเหนียว ฟันแทงไม่เข้า จึงถูกเฮอร์คิวลิสฆ่า โดยล็อคคอด้วยมือเปล่า  จากนั้นเฮอร์คิวลิสก็ถลกหนัง โดยใช้เล็บของสิงโตเอง จากนั้น ก็เอาหนังมาทำเครื่องแต่งกาย และเกราะ ทำให้เฮอร์คิวลิสดูน่าเกรงขาม จากนั้น  เทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ได้นำสิงโตขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้า เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวจักราศี โดยที่สิงโตจะวิ่งหนีเฮอร์คิวลิสตลอดเวลา โดยสิงโตอยู่สูงสุดบนท้องฟ้า ในขณะที่เฮอร์คิวลิสกำลังขึ้น และตกในขณะที่เฮอร์คิวลิส อยู่สูงสุดบนท้องฟ้าเสมอ 

    กลุ่มดาวหญิงสาว
                กลุ่มดาวหญิงสาว หรือกลุ่มดาวหญิงสาวพรหมจารี เป็นกลุ่มดาวอันดับที่หกของกลุ่มดาวจักรราศี มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่สอง รองจากกลุ่มดาวงูไฮดรา  กลุ่มดาวหญิงสาว อยู่ทางซีกฟ้าใต้ มีลำตัวทอดยาวขนานไปตามแนวสุริยวิถี  มีดาวฤกษ์สุกสว่าง คือ ดาวรวงข้าว  เป็นดาวฤกษ์ที่เห็นได้เด่นชัดและหาได้ง่าย โดยลากเส้น จากแนวหางของกลุ่มดาวหมีใหญ่  โค้งไปตามแนวโค้งของหาง ราว 30 องศา จะผ่านดาวดวงแก้ว  และต่อไปอีกประมาณ 30 องศา ก็จะเป็นดาวรวงข้าวนี้   ถ้ามองไปทางซีกฟ้าใต้ กลุ่มดาวหญิงสาว จะอยู่สูงจากกลุ่มดาวม้าครึ่งคน ประมาณ 30-40 องศา โดยกลุ่มดาวหญิงสาว จะขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของเดือนเมษายน


        นิทานดาว
               เทพธิดาแอสเตรีย เป็นลูกสาวของจูปิเตอร์และเทมิส เธอลงมาจากสวรรค์ พร้อมน้องสาวชื่อว่า พูดิซิเตรีย ทั้งคู่ไร้เดียงสา ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ เทพธิดาแอสเตรีย เป็นเทพธิดาแห่งความยุติธรรม เธอปรารถนาให้โลกร่มเย็น ไม่เบียดเบียนกันและกัน แต่มนุษย์กลับรบราฆ่าฟันกัน ขโมยข้าวของ กดขี่ข่มเหง เธอทนไม่ได้จึงหนีเข้าไปอยู่ในป่า จนในที่สุด ต้องหนีกลับสวรรค์ โดยจะปรากฏให้เห็นเฉพาะ คนที่รักและใฝ่หาสันติภาพ กับความยุติธรรมเท่านั้น และเพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ เธอจึงบดรวงข้าว แล้วหว่านเมล็ดข้าว ไปรอบฟ้า กลายเป็นทางช้างเผือกที่สวยงาม ร่มเย็น และสันติสุข

    กลุ่มดาวคันชั่ง
                  กลุ่มดาวคันชั่ง เป็นกลุ่มดาวอันดับที่เจ็ดของกลุ่มดาวจักรราศี อยู่ระหว่างกลุ่มดาวหญิงสาว และกลุ่มดาวแมงป่อง โดยกลุ่มดาวนี้ อยู่ตรงหน้า ของส่วนหัวแมงป่อง โดยที่ดาวอัลฟา  อยู่บนแนวสุริยะวิถีพอดี จะขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของต้นเดือนพฤษภาคม        


          นิทานดาว
                 ชาวเมโสโปเตเมีย เป็นผู้กำหนดกลุ่มดาวนี้ เมื่อประมาณ 2000 ปีที่แล้ว โดยสังเกตว่า เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาวนี้ กลางวันกับกลางคืนจะยาวเท่ากัน และเป็นเดือนกันยายน จึงเรียกว่า "September Equinox"  จึงกำหนดให้คันชั่ง เป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม โดยมีเทพเจ้าแห่งความยุติธรรม Astraeia เป็นผู้พิทักษ์ ซึ่งมีเทพธิดาแอสเตรีย หญิงสาวผู้รักความบริสุทธิ์และยุติธรรมเป็นเพื่อน

    กลุ่มดาวแมงป่อง
                กลุ่มดาวแมงป่อง เป็นกลุ่มดาวอันดับที่แปดของกลุ่มดาวจักรราศี และเป็นกลุ่มดาวแนวกาแล็กซี่ ทางช้างเผือก พาดผ่าน เราสามารถเห็นกลุ่มดาวนี้ เป็นรูปแมงป่องได้ชัดเจน และมีขนาดใหญ่ ตั้งแต่หัวถึงหาง ยาวถึงประมาณ 30 องศาเลยทีเดียว กลุ่มดาวแมงป่อง จะขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของเดือนมิถุนายน โดยเมื่อขึ้นไปสูงสุดบนท้องฟ้า จะอยู่ทางทิศใต้ สูงจากขอบฟ้าประมาณ 45 องศา      


          นิทานดาว 
               แมงป่อง เป็นสัตว์ที่จีอา เทพเจ้าแห่งโลก ส่งให้ไปทำร้ายนายพรานจึงต้องหนีแมงป่อง แม้ว่าจะกลายเป็นกลุ่มดาว บนท้องฟ้าไปแล้ว โดยกลุ่มดาวแมงป่องจะขึ้น ในขณะที่กลุ่มดาวนายพราน กำลังตกลับขอบฟ้า อยู่ทิศตรงข้ามกันตลอดกาล

    กลุ่มดาวคนยิงธนู
                กลุ่มดาวคนยิงธนู เป็นกลุ่มดาวอันดับที่เก้าของกลุ่มดาวจักรราศี โดยกลุ่มดาวคนยิงธนู จะเป็นรูปสัตว์ในเทพนิยาย เป็นครึ่งม้า ครึ่งคน เหมือนกลุ่มดาวม้าครึ่งคน ( เพียงแต่คนยิงธนูเป็นนายพราน จึงมักจะสับสนกันบ่อย กลุ่มดาวคนยิงธนูจะหันปลายธนู ไปทางกลุ่มดาวแมงป่อง  แต่กลุ่มดาวที่ค่อนข้างสุกสว่างจริงๆ ของกลุ่มดาวนี้ เรามักจะเห็นเป็นรูปกาต้มน้ำ หันไปทางกลุ่มดาวแมงป่องมากกว่า โดยจะขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของต้นเดือนกรกฎาคม       


         นิทานดาว
                ชาวกรีกโบราณ ให้กลุ่มดาวคนยิงธนูเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของ Crotus ผู้ซึ่งมีร่างเป็นครึ่งม้า ครึ่งคน ยืนด้วยเท้าหลัง 2 ข้าง ส่วนชาวโรมัน ให้กลุ่มดาวคนยิงธนู เป็นหนึ่งในสัตว์เทพนิยาย ประเภทครึ่งม้า ครึ่งคน  ซึ่งมีหัวหน้าคือ Chiron ซึ่งแทนด้วยกลุ่มดาวม้าครึ่งคน และผู้คนมักสับสน ระหว่าง 2 กลุ่มดาวนี้ ซึ่งข้อแตกต่างคือ คนยิงธนู  เป็นพรานนักล่า

     กลุ่มดาวมกร
                กลุ่มดาวแพะทะเล หรือกลุ่มดาวมกร เป็นกลุ่มดาวอันดับที่สิบของกลุ่มดาวจักรราศี และเป็นกลุ่มดาวแนวกาแล็กซี่ ทางช้างเผือก พาดผ่าน โดยกลุ่มดาวนี้ เป็นรูปครึ่งแพะ-ครึ่งปลา โดยส่วนหัวเป็นแพะ ส่วนหางเป็นปลา อยู่ทางทิศตะวันออกของ กลุ่มดาวคนยิงธนู เราสามารถเห็นกลุ่มดาวนี้ ได้จากกลุ่มดาววีกา  ลากมายังดาวอัลแตร์  แล้วต่อมายังเขาของแพะทะเล  โดยกลุ่มดาวแพะทะเล จะขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของต้นเดือนสิงหาคม โดยจะค่อนไปทางซีกฟ้าใต้ คนไทยมักเรียกผิด เป็น "กลุ่มดาวมังกร"      


        นิทานดาว
               เทพบดีซูส มอบหน้าที่ให้แกนิมีด ผู้ถือแก้วน้ำของเหล่าเทพเจ้าเป็นผู้ส่งน้ำไปยังโลก โดยเอียงแก้วให้น้ำไหลอย่างไม่ขาดสายกลายเป็นแม่น้ำหลายสายบนโลก รวมทั้งแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นสถานที่รื่นรมย์ของเทพเจ้าแพน ผู้มีร่างเป็นแพะและชอบเป่าขลุ่ย วันหนึ่งงูยักษ์ไทฟอนจะเข้ามาทำร้าย เทพเจ้าแพน เขาจึงกระโดหนีลงน้ำ แต่ว่ายน้ำไม่เร็วเพราะกีบแพะเล็กนิดเดียว ดังนั้นไท้เทพซูสจึงช่วยแปลงร่างของเทพแพนให้เป็นหางปลา และเรียกสัตว์ชนิดใหม่นี้ว่า แพะทะเล หรือ มกร

    กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ
                 กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ เป็นกลุ่มดาวอันดับที่สิบเอ็ด ของกลุ่มดาวจักรราศี เป็นกลุ่มดาวที่ค่อนข้างหายาก เนื่องจากไม่มีดาวฤกษ์ดวงใด ในกลุ่มที่มีความสว่างปรากฏ สว่างกว่า 2.9 เลย คนโบราณ เห็นเป็นรูปคนแบกหม้อน้ำ กำลังเทน้ำลงในแม่น้ำ Fluvius Aquarii ซึ่งหมายถึง "the River of Aquarius" ซึ่งสายน้ำจะไหล ผ่านกลุ่มดาวปลาทางใต้ ที่มีดาวฤกษ์สุกสว่างคือ ดาวโฟมาลออท  ขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของปลายเดือนสิงหาคม ต้นเดือนกันยายน       


         นิทานดาว
               ชาวบาบิโลเนียนโบราณ ประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตศักราช มองเห็นเป็นรูปหม้อน้ำ ที่มีน้ำล้นออกมา และแทนด้วยสัญลักษณ์ ของคนแบกหม้อน้ำ ซึ่งในเดือนที่ 11 ของชาวบาบิโลเนียน (หรือระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) จะเป็นช่วงที่ฝนตกหนักในรอบปี ส่วนชาวอียิปต์โบราณ เห็นเป็นรูปเทพเจ้า Hapi  ซึงเป็นเทพเจ้าแห่ง แม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นผู้ให้น้ำ เพื่อการดำรงชีวิตของมนุษบ์โลก

    กลุ่มดาวปลาคู่
                 กลุ่มดาวปลาคู่ เป็นกลุ่มดาวอันดับที่สิบสองของกลุ่มดาวจักรราศี เป็นกลุ่มดาวที่สังเกตค่อนข้างยาก เนื่องจากดาวฤกษ์ในกลุ่ม ไม่ค่อยสุกสว่างมากนัก โดยดาวฤกษ์ในกลุ่มดาว จะเรียงตัวกันเป็นรูปปลา 2 ตัว ที่มีเชือกมัดหางด้วยกันไว้ โดยที่ตัวแรก หันหัวไปทางทิศเหนือ อยู่ใต้กลุ่มดาวแอนโดรเมดา  ส่วนอีกตัวหนึ่ง จะขนานไปกับสุริยวิถี โดยมีวงของดาว 5 ดวง ประกอบด้วย ดาว เรียกว่า "The Circlet" อยู่ทางทิศใต้ของสี่เหลี่ยมกลุ่มดาวม้าปีก  โดยจุดรวมที่เชือกมัด หางของปลาทั้งสองไว้ คือกลุ่มดาวปลาคู่ ขึ้นไปสูงสุดกลางท้องฟ้า ประมาณเที่ยงคืนของปลายเดือนกันยายน, ต้นเดือนตุลาคม       



         นิทานดาว
                ปลาคู่ เป็นร่างแปลงของ Venus และบุตรของเธอ ขื่อ Cupid ซึ่งทั้งสอง กำลังหนีจากสัตว์ประหลาดร้าย ชื่อ Typhoon โดย Venus เอาเชือกผูกกับ Cupid ไว้ด้วยกัน เพื่อไม่ให้หลุดหายกันไป ส่วนชาวคริสต์ นิยามให้เป็นปลาตัวแรก ของชาวคริสต์ เนื่องจากจุด Equinox อยู่ในกลุ่มดาวนี้ เมื่อครั้งสมัยคริสตกาล (ค.ศ. 0) ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ยุค "the New Age" นั่นเอง

    การส่ายของแกนโลก (Precession)

    posted on 21 Jun 2008 17:07 by playboy-puk

    เนื่องจากโลกโคจรไปรอบๆดวงอาทิตย์ โดยที่แกนโลกเอียง ทำมุมประมาณ 23.5 องศา กับ แนวตั้งฉากกับแนวการเคลื่อนที่ของโลก รอบดวงอาทิตย์ แกนดังกล่าวไม่ได้เอียงคงที่ แต่จะส่าย เช่นเดียวกับแกนของลูกข่าง ที่ส่ายในขณะที่หมุน และเคลื่อนที่ไปรอบๆ เพียงแต่ขนาดของวงโคจร ที่โลกเคลื่อนที่ มีขนาดใหญ่กว่ามาก ทำให้คาบเวลาในการส่าย ใช้เวลานานถึง 26,000 ปี ซึ่งปัจจุบัน แกนขั้วฟ้าเหนือ ชี้ไปใกล้กับดาวเหนือ (Polaris) และจะชี้ไปใกล้ดาวเหนือ มากที่สุด ประมาณปี ค.ศ.2100

         และในอีกประมาณ 13,000 ปีจากปัจจุบัน แกนขั้วฟ้าเหนือ จะชี้ไปใกล้ดาววีกา (Vega) ในกลุ่มดาวพิณ (Lyra) แทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้จุด Vernal Equinox ค่อยๆขยับ ไปทางทิศตะวันตกช้าๆ ปีละประมาณ 50 ฟิลิปดา (50/3600 องศา) นั่นเอง

         ในอดีตกาล ดาวขั้วฟ้าเหนือของชาวอียิปต์โบราณ ประมาณ 4800 ปีมาแล้ว คือ ดาวทูบาน (Thuban) ในกลุ่มดาวมังกร (Draco) ซึ่งเป็นดาวดวงที่ 3 นับจากหางรูปมังกร ซึ่งทำให้ปิระมิดของชาวอียิปต์ มีช่องจากภายใน ชี้ไปดาวทูบานนั่นเอง